ประกันภัยการก่อสร้าง (Contractor All Risks )

ประกันก่อสร้าง

การดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างในปัจจุบันนั้นมีความเสี่ยงในทุกๆด้าน ทั้งด้านความเสี่ยงจากความเสียหายจากตัวงานอาคารที่ทำการก่อสร้าง และความเสียหายต่อการบาดเจ็บเสียชีวิต และความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก

ดังนั้นผู้ประกอบการส่วนใหญ่เลือกปกป้องความเสี่ยงภัยนี้ด้วยการทำประกันภัยก่อสร้าง โดยให้บริษัทประกันภัยเป็นผู้รับความเสี่ยงภัยนี้แทนผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นงานรับเหมาก่อสร้าง งานตกแต่งภายใน งานต่อเติมอาคาร โดยจะได้รับความคุ้มครอง ตั้งแต่ วันที่เริ่มทำประกันภัย จนถึงวันที่งานแล้วเสร็จ ตามสัญญาว่าจ้างที่ระบุไว้

ประกันความรับผิดต่อบุคคลภายนอก

ความคุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สิน

กรมธรรม์ประกันภัย คุ้มครองความเสี่ยงภัย ทุกชนิดของ ผู้เอาประกันภัย (ผู้รับเหมาก่อสร้าง และ/หรือ เจ้าของโครงการ) สำหรับภัย หรืออุบัติเหตุทุกชนิด ที่มิได้ระบุไว้ใน ข้อยกเว้นของ กรมธรรม์ ประกันภัยความเสียหาย ต่อทรัพย์สิน ที่ทำประกันภัย (งานก่อสร้าง หรือติดตั้ง เครื่องจักร) ความคุ้มครอง แบ่งเป็น 2 ส่วนดังนี้

ส่วนที่ 1 ให้ความคุ้มครองทรัพย์สินที่เอาประกัน คือตัวงานที่กำลังสร้าง และติดตั้งทั้งหมด อันเกิดจากอุบัติเหตุหรือเหตุอื่นใดที่ไม่อาจคาดเดาล่วงหน้าซึ่งไม่ได้ถูกระบุ ยกเว้นไว้ในกรมธรรม์ เช่น

  • ภัยธรรมชาติ ฟ้าผ่า น้ำท่วม ลมพายุ แผ่นดินไหว ดิพังทลาย อุทกภัย ฯลฯ เป็นต้น ความเสียหายอันเป็นผลตามมาจากอุบัติเหตุอันเนื่องมาจากการใช้วัสดุที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ได้คุณภาพ หรือการขาดฝีมือแรงงานที่ดี การขาดความชำนาญอุบัติเหตุอื่นๆ เช่น ไฟไหม้ ระเบิด โจรกรรม ประมาทเลินเล่อ
รับเหมาก่อสร้าง

ส่วนที่ 2 ความรับผิดตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอก สำหรับความเสียหายทางทรัพย์สิน และการบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต ซึ่งผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับเหมาต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย อันเนื่องมาจากการทำงานของผู้รับเหมา

  • จำนวนเงินจำกัดความรับผิด ตามที่ตกลงกัน แต่สูงสุดไม่เกิน 10% ของมูลค่างาน ตามสัญญาเงื่อนไขและข้อยกเว้นที่สำคัญ
  • ผู้เอาประกันภัยต้องปฎิบัติตาม หลักวิศวกรรมที่ถูกต้อง ( Sound Engineering Practice )
  • ต้องแจ้งให้ บริษัทประกันภัย ทราบเป็นลายลักษณ์อักษร เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงภัย ที่เป็นสาระ สำคัญ (Material Chang in the risk) เช่น การเปลี่ยนผู้รับเหมาหลัก เปลี่ยนแบบก่อสร้าง การหยุดงานก่อสร้าง

ข้อตกลงคุ้มครอง และทรัพย์สินที่สามารถทำประกันภัยได้

1 งานวิศวกรรมโยธาและอาคาร
  • งานก่อสร้าง (ทั้งงานก่อสร้างถาวร และงานชั่วคราว รวมวัสดุที่เป็น ส่วนประกอบของงาน และ/หรือ วัสดุที่จัดหาโดยเจ้าของโครงการ)
  • อุปกรณ์ก่อสร้าง (ไม่ใช่เครื่องจักรกล) เช่น นั่งร้าน Sheet Pile เครื่องจักรกล สำหรับใช้ ในงานก่อสร้าง เช่น Tower Crane, Material
2 งานติดตั้งเครื่องจักร
  • ทรัพย์สิน หรือเครื่องจักร ที่นำมาติดตั้ง เช่น งานระบบประกอบอาคาร (ระบบลิฟต์ บันไดเลื่อน ระบบสุขาภิบาล)
3 ความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก
  • บริษัทจะชดใช้ ค่าสินไหม ทดแทน ในนามของ ผู้เอาประกันภัย ต่อบุคคลภายนอก ผู้ได้รับ ความเสียหาย อันเกิดจากการ ปฎิบัติงาน ก่อสร้าง หรือติดตั้งเครื่องจักร
ความคุ้มครองที่สามารถซื้อเพิ่มเติมได้
  • ความเสียหายต่อทรัพย์สินเดิม หรืออยู่ในความควบคุมดูแลของผู้ว่าจ้าง ผู้รับเหมา หรือผู้รับเหมาช่วง
  • ความเสียหายของเครื่องจักร และอุปกรณ์ที่ใช้ ในการก่อสร้าง เช่น ทาวเวอร์เครน เป็นต้น

เงื่อนไขและข้อยกเว้นที่สำคัญ

ผู้เอาประกันภัย ต้องปฎิบัติตามหลัก วิศวกรรมที่ถูกต้อง ( Sound Engineering Practice )ต้องแจ้ง ให้บริษัทประกันภัย ทราบเป็น ลายลักษณ์อักษร เมื่อมีการ เปลี่ยนแปลงภัย ที่เป็นสาระสำคัญ (Material Chang in the risk) เช่น การเปลี่ยนผู้รับเหมาหลัก เปลี่ยนแบบก่อสร้าง การหยุดงานก่อสร้าง

  • ข้อยกเว้นที่สำคัญ : ความเสียหายต่อเนื่องทุกชนิด ความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ค่าปรับเนื่องจากทำงานล่าช้า การสูญหายที่ตรวจพบเมื่อเช็คสต็อก
  • ข้อยกเว้นเกี่ยวกับทรัพย์สิน : การออกแบบ ผิดพลาด แรงงานฝีมือ ด้อยคุณภาพ การชำรุด ของเครื่องจักรกล อุปกรณ์ก่อสร้าง หรือยานพาหนะทุกชนิด
  • ข้อยกเว้นเกี่ยวกับความรับผิดต่อบุคคลภายนอก : ความเสียหาย อันเกิดจาก การสั่นสะเทือน การเคลื่อนตัว /ถอดถอน การอ่อนกำลัง ของสิ่งค้ำจุน ( Vibration, Removal and Weakening of Support – VRWS ) การบาดเจ็บ เสียชีวิต หรือความเสียหาย ต่อทรัพย์สิน ของลูกจ้าง ของผู้เอาประกันภัย ทรัพย์สินที่อยู่ในความดูแล ครอบครอง ควบคุม หรือเป็นของผู้รับเหมา หรือเจ้าของโครงการความรับผิด อันเกิดจาก ยานพาหนะ ทุกชนิด

เอกสารเบี้องต้นประกอบการพิจารณารับประกันภัย

  • สัญญารับเหมาก่อสร้าง
  • ใบประเมินราคาก่อสร้าง (Bill of Quantity – BOQ)
  • ภาพถ่ายสถานที่ก่อสร้าง ภาพด้านหน้า – หลัง ภาพด้านซ้าย – ขวา